นี่คือบล็อกแนะนำสไตล์การสัก  ที่อิงมาจาก"ความเห็นส่วนตัว" จากการที่คลุกคลีอยู่กับร้านสักมาพอสมควร จึงได้นำมาเล่าและบอกต่อสู่กันฟัง  รวมทั้งได้รวบรวมข้อมูลส่วนหนึ่งมาจาก PINTEREST ภาพแบบและดีไซน์ที่ถูกชมและเก็บเป็นพินเยอะที่สุด  คือสไตล์ไหนบ้างเรามาเริ่มกันได้เลย

1.MINIMALS TATTOO |  รอยสักไซส์มินิ

งานมินิมอล เป็นสไตล์ที่เหมาะเหม็งมากๆ สำหรับ"สตรีเพศหญิง"และผู้ที่เพิ่งตัดสินใจจะมีรอยสักครั้งแรก! แต่ก็ใช่ว่าไม่เหมาะกับผู้ชายแต่อย่างใด  แต่จะเห็นได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าเท่านั้นเอง 80% ของท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายจะเอียงไปทางรอยสัก ไซส์Mขึ้นไป ซึ่งแอดก็มองว่าเป็นขนาดที่กำลังพอดี กับขนาดร่างกาย ของท่านชายทั้งหลาย มันจะดูดีกว่าการที่จะใส่รอยสักรูปแมวเท่าเหรียญบาท ลงบนกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ😲

2.M-SIZE | รอยสักขนาด10*10 CM

ใหญ่ขึ้นมาอีกนิด  ในขนาดไม่เกิน 10-15เซ็นติเมตร  แนวทางส่วนมากจะเน้นไปทางลายเส้นง่ายๆกับคาแรคเตอร์ที่ชื่นชอบ ไม่มีความซับซ้อน ให้เราต้องตีความหมายแต่อย่างใด  มองดูแล้วมันดูง่ายๆสบายตาไม่หนักสมอง แต่มีเสน่ห์ในแบบของอาร์ตๆ เป็นอะไรที่บอกถึงสไตล์ของเจ้าของว่าเป็นคนที่ง่ายๆ มีความสร้างสรรค์ และไม่ชอบการอยู่ในกรอบสักเท่าไหร่  

3.L-SIZE | รอยสักขนาดไม่เกินกระดาษ A4

ยังมีบางคนที่คิดว่างานเล็กๆ 5เซ็น-10เซ็น อะไรงี้  ไม่เอาหรอกเล็กไป  มันไม่จุใจ  อยากได้ใหญ่ๆ เต็มๆหน่อยอ่ะ ลูกค้าที่เลือกสักงานลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ต้องการซ่อนความหมายลึกซึ้งไว้ในภาพ เช่น การเสียดสี การใส่ตัวตนที่ต้องการจะสื่อลงไปในงาน อะไรทำนองนี้ เนื่องจากลักษณะงานขนาดนี้ต้องมีพื้นที่ลงพอสมควร เช่น กลางหลัง แผ่นอก หน้าท้อง ต้นขา น่อง แต่ละที่ ที่ได้กล่าวมานี้เรื่องความเจ็บสุดๆทั้งนั้น หากเป็นครั้งแรก ช่างสักควรอธิบายทุกๆอย่างให้ลูกค้ารับทราบและเตรียมตัวไว้ด้วย ไม่ว่าจะชี้แจงถึงเวลาสักที่ค่อนข้างนานอาจจะ4-7ชั่วโมง ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายต่องานที่ต้องควักหนักนิดหน่อย  "จะสักทั้งทีเอาที่ดีๆไปเลย" สุดท้ายที่สำคัญคือวิธีการดูแลรักษาแผลสักจนกว่าจะหายดี  ต้องมีเวลาให้เขาสักนิด

4.BLACK AND WHITE |  งานขาว-ดำ ในสไตล์ต่างๆ

"งานขาว-ดำ"ที่ว่ามานี้มีเยอะ และหลากหลายสไตล์มากๆ  งานจะออกมาเป็นอารมณ์ไหน จะขึ้นอยู่กับช่างผู้ใช้เทคนิคในการสักนั้นด้วย เช่นงานดอท งานวิป  เรียลลิสติคหรือพอร์ตเทรต  เป็นต้น  สไตล์งานเป็นการเล่นกับแสงเงาของภาพ ด้วยเทคนิคการใช้เข็มและควบคุมเครื่องสักขั้นสูง ช่างที่ประสบการณ์ไม่ถึง อาจจะให้ความว๊าวแก่คุณไม่ได้เลย เพราะเป็นสไตล์งานที่เพียงแค่สบตา  อารมณ์ของภาพต้องแสดงความหมายออกมาชัดเจนอยู่แล้ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ช่างสัก จะต้องมีอารมณ์ร่วมกับงาน เข้าให้ถึงตัวตนของคาแร็คเตอร์และจะให้ดีต้องรู้ใจลูกค้าที่เราสักอยู่ด้วย งานส่วนใหญ่จะเป็นอะไรที่มีคุณค่าและต้องการเก็บไว้เป็นสิ่งที่ระลึกของตัวผู้สักเอง ไม่ว่าจะเป็น ภาพครอบครัว คนรัก การ์ตูนหรือฮีโร่ที่ชื่นชอบ

5.TRADITIONAL  JAPANESE| งานสักญี่ปุ่น

จากประวัติการสักญี่ปุ่นในสมัยก่อน พูดถึงเรื่องการสักจะเป็นสิ่งที่ที่ตีตราทาส ชนชั้นยากจนและสังคมผู้ใช้แรงงาน จนถูกผู้คนเรียกว่า "ยากูซ่า"  แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ใช่แล้ว    ทุกคนสามารถมีรอยสักได้ หมอ พยาบาล ข้าราชการ นักบิน เพียงแค่คุณปฎิบัติหน้าที่ของคุณได้ดี และยืนอยู่บนความเหมาะสม  การโดนผู้คนประนามในเรื่องนี้แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนสามารถทำอะไรกับร่างกายตัวเองได้อย่างอิสระ  และด้วยความที่"รอยสักญี่ปุ่น"นั้น มีประวัติ มีเรื่องราว และความหมายดีๆด้านความเชื่อจึงไม่แปลกและไม่ใช่เรื่องยาก ที่เหล่าพวกเราชาวรักงานสักทุกคนจะตกหลุมรัก จนอยากจะมีปลาคาร์ฟไว้ครอบครองสักตัว

6.AMERICAN TATTOO/OLDSCHOOL TATTOO | ลายสักอเมริกันสไตล์หรือโอลด์สคูล

เป็นงานอีกหนึ่งสไตล์ที่มีประวัติมายาวนานมากๆ  เริ่มจากสมัยก่อนผู้คนชาวเรือหรือกะลาสีเรือผู้ชื่นชอบศิลปะ ได้นำสิ่งที่ตนชื่นชอบมาสักให้เพื่อนบ้าง สักเองบ้าง ลายสักที่นิยมกันมาก ก็จะเป็น หญิงสาวสวยแก้มแดง นกนางแอ่นและกุหลาบ  สมอเรือหัวกะโหลก เป็นต้น "ลายเส้นหนาๆ  ลงสีพื้นๆ แน่นๆ นี่แหละคงเป็นเสน่ห์ของงานโอลด์สคูล"

7.FONT&LETTERING | งานฟอนต์หรือสคริปต์

แอดมินชอบเรียกสไตล์งานประเภทนี้ว่า "งานสักสุดเรียบง่ายสำหรับคนมีสาระ" เพราะลูกค้าส่วนมากที่ลูกสักงานสไตล์นี้มักจะมีความหมายสุดลึกซึ้งซ่อนไว้ในประโยคหรือตัวอักษรนั้นๆเสมอ เช่น คำคมที่มีความหมายต่างๆ  ชื่อคนในครอบครัว  เลขวันเกิด ประโยคจากเพลงหรือหนังที่ชื่นชอบ เป็นอะไรที่ดูเรียบง่าย   แต่มันไม่ไร้สาระเลยนะจ๊ะ

8.COLORFULL |  รอยสักสีสันสุดจี๊ด

เป็นการสักลายด้วยหมึกสีสันต่างๆ  เป็นงานเล่นสีโดยช่างสักมือโปรจริงๆ หรือจะเรียกงานสไตล์นี้ว่า "ไฮเปอร์-เรียลิสติค"แบบสี ก็ได้นะ เพราะจริงๆมันใช้เทคนิคเดียวกันนั่นแหละ คือภาพเสมือนจริงที่ช่างจะทำสีสันให้สวยสะดุดตามากๆ  เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้แก่ลูกค้ามากขึ้น และดูเหมือนจะมีคนชอบเยอะเสียด้วย ก็จะไม่ชอบยังไงไหวล่ะ  ก็เด่นมาซะขนาดนี้  หากช่างเล่นสีดีๆไล่โทนสีเก่งๆ นี่คือแจ่มสุดอ่ะ เห็นแล้วยังอยากได้บ้าง

9.MONOSTYLE | งานโมโน

รอยสักสไตล์นี้ส่วนใหญ่เป็นงานโทนสีเดียวกันทั้งภาพ  ดูเรียบร่าย มีความสะอาดอ้าน มองเห็นถึงประณีตของช่าง และความอดทนของผู้สักเลยทีเดียว  สร้างอารมณ์กลมกลืนแก่ภาพได้เป็นอย่างดี ให้อารมณ์เหมือนกำลังดูภาพถ่าย ในโหมดแต่งสีโมโนโทน  จะว่าไปดูคล้ายๆงานขาวดำเลยนะ แต่แอดว่ามันต่างกันตรงที่ งานโมโนจะเก็บรายละเอียดของภาพไว้เยอะกว่า และใช้เทคนิคที่สูงกว่าด้วยนะ

10.THAI TATTOO | สักยันต์

อย่างที่รู้ๆ ยันต์ไทยนี้มีมานานมากๆ  ได้ยินว่ามีมาก่อนสมัยสุโขทัยเสียอีก การสักยันต์จะสักด้วยมือใช้เข็มแท่งยาว แทงบนผิวหนังเป็นตัวอักษรต่างๆในลักษณะของผ้ายันต์   จริงๆแล้วยันต์ไทยจะไม่เน้นที่ความสวยงามสักเท่าไหร่ แต่ผู้สักจะมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า  "พุทธคุณ" นั่นเอง ช่วงหลังๆยันต์ไทยเริ่มเป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วโลกโดยการที่มีดาราฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง "แองเจลิน่า โจลี่" และอีกหลายๆคนทั้งนักร้อง นักฟุตบอล  ที่ต่างพากันลงทุนบินมาสักถึงเมืองไทยกันเลยทีเดียว

"หลังจากสักแล้ว จะออกกำลังกายได้อีกเมื่อไหร่ครับ" 🤔 ดูจะเป็นคำถามสุดฮิตในสมัยนี้เลย... ยุคสมัยที่ผู้คนรักและดูแลสุขภาพมีกันมากขึ้น🤸🏻‍♀️ ร้านสักหลายๆที่ก็แนะนำต่างๆกันไป บางที่ก็มักจะแนะนำว่า "ถ้าเป็นรอยสักเล็กๆก็ออกกำลังกายได้ปกตินะ"👌 ...ก่อนอื่นนนน

"การสัก" ✍️ คือการเปิดผิวให้เป็นรูเล็กๆด้วยเข็มสัก แล้วดันหมึกสัก ให้จมเข้าไปในผิวหนังตามรูเข็มเล็กๆนั้น ส่วนความเจ็บหลังสักนั้น ก็จะเหมือนกับโดนแดดเผาแรงๆ (อาการแสบตึงๆผิว) เพราะเหตุนั้นเองรอยสักจึงเป็นแผลเปิดที่เหมือนกับบาดแผลทั่วๆไป ... ธรรมชาติของร่างกายเมื่อเป็นแผล ก็คือการสร้างสะเก็ดแผลขึ้นมา สะเก็ดที่เกิดขึ้นมาใหม่นี้ จะทำหน้าที่ปกป้องผิวที่โดนทำลาย ระหว่างฟื้นฟูผิวใหม่✨ ... "รอยสัก"จึงเป็นเพียงแค่แผลปกติบนผิวหนังเท่านั้น

เป็นแค่แผลที่มีสีติดอยู่ เมื่อตกสะเก็ดแล้วเกิดการปริแตกหรือสะเก็ดหลุดโดยที่"ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ" ยิ่งจะทำให้แผลสักนั้น หายช้าไปกว่าเดิมมากก

ทำไมมันจึงหายช้า??......เพราะมันถูกรบกวนไงล่ะ

ผิวมันจึงสร้างชั้นผิวหนังให้หนากว่า เพื่อให้ผิวแข็งแรงต่อการถูกรบกวน นี่จะเป็นสาเหตุให้สีหลุด ผิวหนังบางส่วนแข็งกระด้างส่งผลให้สีเพี้ยนไม่เท่ากันด้วย



ทั้งหมดนั้นมันจึงเป็นเหตุผลที่ว่า  ทำไมช่างถึงบอกให้ดูแลสะเก็ดแผลให้ดี

อย่าให้มันแตกหรือหลุดออกมาก่อนจะถึงเวลาอันสมควร...

และเหตุผลหลักๆที่ทำแล้วสะเก็ดจะหลุดออกมาก็คือ...

แกะ เกา ถูๆไถๆ ลอกดึง กระโดดโลดเต้น เคลื่อนไหวร่างกายหนักๆอย่างการ"ออกกำลังกาย"


∇จุดเฝ้าระวัง....

 1.ข้อพับตามแขน-ขา -ข้อศอก-แขนหนีบ

2.สีข้าง

2.ตรงต้นคอ   

ไม่ต้องพูดถึงการออกกำลังกายหรอก  สำหรับท่านที่ไปสักสีข้างมา   แค่เราเอี้ยวตัวก็ทำให้สะเก็ดแตกได้เลย 

เพราะฉะนั้นการที่ช่างสั่ง"ห้ามออกกำลังกาย"ไปเลยจะง่ายกว่า....มาก


             

∇สรุปตามหัวข้อ

"สักแล้วออกกำลัง..กายได้ไหม"

Οได้......ถ้าท่านสักลายไม่เกิน 5 เซ็นติเมตร

×นอกนั้น  ควรหยุดกิจกรรมสุ่มเสี่ยงเป็นเวลา 2 อาทิตย์....


 

∇เกร็ดความรู้เล็กๆ

สำหรับคนที่ไม่ได้สักลายขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ....ปัญหาดเรื่องการออกกำลังดูจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่

แต่ปัญหาใหญ่สุดดูจะเป็นการดูปฎิบัติตัวของท่านขณะที่รอยสักตกสะเก็ดมากกว่า เพราะมันจะคันมว๊ากกกกก *...* ห้ามเกานะจ๊ะ

เห็นไหม...ข้อยกเว้นมันก็มีอยู่  แต่บางทีการจะอธิบายให้ลูกค้าทุกคนเข้าใจตรงกันมันก็ยาก

การห้ามไปเลยมันจึงง่ายกว่ามาก

จึงขอชี้แจงแบบคร่าวๆมา ณ ที่นี้  เพื่อที่ลูกค้ามือใหม่จะได้ไม่ต้องมากังวลตรงนี้มากจนเกินไป!!!

...

วิธีดูแลแผลหลังสัก ก็ตามไปอ่านได้เลย❤️❤️

ลายญี่ปุ่นครึ่งแขนงานนี้ ช่างญี่ปุ่นจะเรียกว่า |วะโบะริ 3 ส่วน|  三分刺青 |   จากความชอบของลูกค้า ต้องการทำตาปลาให้เป็นเกลียวหมุน  ซึ่งพอทำออกมาแล้วโดยรวมแล้วเข้ากับองค์ประกอบอย่างอื่นได้ดีเกินคาด โดยตั้งใจจะลงสีไล่โทนม่วงแดงลงไปในส่วนของตัวปลา งานมีขนาดไม่ใหญ่มากคืออยู่ในระดับแขนเสื้อยืด ส่วนมากจะใช้เวลาทำประมาณ 15 ชั่วโมง แบ่งได้ 3 รอบ ส่วนตัวลูกค้าเองก็เตรียมตัวมาดีมาก ในแต่ละรอบที่ทำตรงตามเป้าที่วางไว้ ไม่บ่นไม่ถอย นับถือจริงๆครับ [caption id="attachment_16512" align="aligncenter" width="300"] รอบที่1 ลงเส้นและพื้นหลังบางส่วน[/caption] |พูดถึงเรื่องการออกแบบ| งานยิ่งมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ ยิ่งต้องให้เวลาในการลงรายละอียดและเตรียมตัวกันมากเท่านั้น งานขนาด3ส่วนนี้  ถูกลูกค้าถามมาค่อนข้างหนาหู และดูเหมือนว่ากำลังเป็นที่นิยมในหมู่"คนทำงาน"ที่มีกฏระเบียบค่อนข้างเข้ม เหตุเพราะงานไม่ดูใหญ่เกินไป ใส่เสื้อพับแขนปิดได้  เริ่มงานได้ไวจบได้ไวกว่า! [caption id="" align="aligncenter" width="300"] รอบที่2 ลงพื้นหลังจบและลงสีในบางส่วน[/caption]   |Irezumi  รอยสักที่บ่งบอกตัวตนของเรา| ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบการจัดวาง ลวดลายพื้นหลัง ในแต่ละแบบ  มีหลักการวาดขึ้นอย่างมีที่มาที่ไป โดยอิงจากหลักความเชื่อจากตัวละครหลักของแบบที่ลูกค้าต้องการ ผสมกับศิลปะความเป็นจริง เช่น ฤดูกาล สภาพความเป็นอยู่ของตัวหลักของงาน เพราะงานญี่ปุ่น มีรูปแบบงานที่ค่อนข้างตายตัว ปรับเปลี่ยนได้เล็กน้อย แต่ต้องไม่เปลี่ยนมากจนบิดเบือนเอกลักษณ์ของตัวละคร สำหรับงานญี่ปุ่นนั้น ช่างอาจะจะไม่ตามใจผู้สักมากเกินไป สิ่งไหนปรับได้บ้าง และตรงไหนลูกค้าไม่ควรจะปรับบ้าง ช่างจะแจ้งให้ลูกค้าทราบพร้อมกับเหตุผลเสมอ:-) งานญี่ปุ่นของช่างต่างประเทศส่วนใหญ่ที่เห็นว่ามีการเล่นสี เล่นเงา ทำงานให้มีมิติมากขึ้น  ใส่นู่นนี่เข้าไป ตามใจผู้สักไปเลยนั้น...

Mr. Kan, Traditional Japanese tattooer from Japan. He will be at Stroker Tattoo Bangkok between 18-28 November 2019 Authentic Japanese Tattoo in BKK. Do not hesitate to contact us! ☆ English information ☏089-771-3989   *…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…* …*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…*…* …*…*…*…*…*…*…*…* สไตล์งานของช่างกาน ส่วนมากจะเป็นงานสักญี่ปุ่น  งานขาวดำ  หรือว่าจะเป็นงานโอลด์สคูล ด้วยสไตล์งานที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จากประสปการณ์กว่า 20 ปี ร้านสักสโตรคเกอร์สาขากรุงเทพฯเอกมัยของเรา   เป็นสาขาที่3 รับปรึกษาและออกแบบให้แก่ลูกค้าที่มีปัญหาเกี่ยวกับรอยสัก อาทิเช่น งานแก้  แต่งเติม  เพิ่มสี   หรือแม้กระทั่งสักปกปิดลายเดิมที่ไม่ต้องการ!!!...

Mr. Kan will be available for tattoo design consultation & tattoo session between 24September - 4October'19 for the next time slot in BANGKOK Studio. Do not hesitate to contact us for further information.   สามารถจองคิวช่างได้แล้ววันนี้ ไม่มีค่าปรึกษางาน เริ่มออกแบบและจองคิวแรก  ค่ามัดจำ1000บาท Contact🖤ติอต่อ🖤 English : +66(0) 89-771-3989 Thai&Japanese : 091-859-9243 Lind ID : http://nav.cx/3uE45b2            ...

คิวเดือนกันยายน ตั้งแต่วันที่20-30 รับงานขนาดไม่ใหญ่มาก 1-2ชั่วโมง สามารถวอร์คอินได้ครับ สำหรับงานใหญ่สามารถจองได้ในเดือนต่อไป   24-4กันยายน ออกแบบและจองมัดจำ 1พันบาท งานเดือนที่แล้ว ↓ ↓ ↓ ↓   ...

IG:Kan_stroker Page:Facebook กำหนดการเดือนมิถุนายน  |18-29| (มีคิวว่างสำหรับงานมินิมอล) แนะนำตัวช่างกานหน่อย ช่างกาน  เริ่มต้นสักจากที่อายุประมาณ 30ต้นๆ โดยเริ่มสักกับร้านของคนรู้จัก เมื่อมั่นใจแล้วว่าเลือกทางนี้แน่นอน จึงได้ทำการเปิดร้านสักของตัวเองที่ โยโกฮามะ ต่อมาเมื่อลูกค้าเริ่มแน่น จึงได้ขยายสาขาที่ 2 ที่เมืองโตเกียว (มะจิดะ) ในระหว่างที่เป็นช่างสักอยู่นี้  ก็ได้มาเที่ยวที่ไทยอยู่ บ่อยๆ (10-20ปีย้อนหลังที่เริ่มมาเที่ยวที่ไทย) และได้บอกว่าชอบนิสัยคนไทยมาก ด้วยที่เป็นคนร่าเริง และพื้นฐานจิตใจก็ดีด้วย นานครั้งๆก็ได้ไปดูร้านสักในกรุงเทพฯ  สังเกตุว่าไม่มีร้านไหนที่ทำงานญี่ปุ่นจริงๆจังๆเลย จึงมีความคิดว่าในเมื่อตัวเองก็มาพักผ่อนที่ไทยอยู่แล้ว    เปิดร้านเลยก็น่าจะสนุกดีเหมือนกัน (จะได้มีเหตุผลเที่ยวด้วยมั้ง อิอิ) หลังจากวันนั้นจนตอนนี้ ก็เกือบจะ3ปีได้แล้วที่เปิดร้าน  เริ่มมีคนรู้จักทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ บางคนถึงกับจองคิวเพื่อ มาสักกันเลยนะ หลังๆนี่แทบไม่มีเวลาวาดรูปกันเลย ตัวช่างกานเอง ก็ยังถามอยู่ตลอดว่า "ไม่มีช่างไทยคนไหนอยากทำงานญี่ปุ่นหรอ  ถ้าเขาขยัน และตั้งใจ ผมก็จะสอนเต็มที่เหมือนกันนะ"      ...