3 ปัจจัยใหญ่..ที่ช่างใช้ประเมินราคางานสักให้ลูกค้า

บางครั้ง..เมื่อถูกลูกค้าถามถึงราคา และชั่วโมงงาน

เพราะอะไรกัน ช่วงราคาที่แอดมินประเมินให้ถึงกว๊างงงกว้าง~

ทำไมงานขนาดเดียวกัน ลงสีก็คล้ายๆกัน  แต่ราคาต่างกันเหลือเกิน

..

และเนื่องจากร้านเราคิดราคาตามชั่วโมงการสักจริงๆ   (เริ่มนับเวลาหลังจากลงเข็มแรก)

เราไม่ได้คิดราคางานต่อชิ้นเหมือนร้านอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้กระมัง   บางทีอาจจะสร้างความลังเลใจ   และความไม่ชัดเจนแก่ลูกค้าได้ T_T

..

วันนี้มีเวลามากหน่อย  เดี๋ยวแอดมินจะมาเล่าให้ฟัง Let’s Go~

ว่าขั้นตอนการประเมินราคางานให้ได้เป็นก้อนกลมๆ ชัดๆไปเลยว่า..ต้องใช้เงินและเวลาเท่าไหร่นั้น

มันต้องอาศัยหลักการอะไรมาคิด?

ไม่ใช่ว่าร้านเลือกบอกราคาไว้กว้างๆ เพื่อต้องการจะอมค่าใช้จ่าย

และมาปล่อยไต๋…ทีหลังเมื่อลูกค้าตัดสินใจสักไปแล้วหรอกนะครับ อิอิ ^__^


เมื่อA1และA2คุยกั

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


|ปัจจัยที่ 1    รายละเอียดยิบย่อยในเนื้อแบบ |

ในงานบางชิ้น เมื่อดูผ่านๆแล้วเหมือนจะมีอะไรไม่มากก็แค่  「ปลา มังกร ดอกไม้ ก้อนเมฆเอย」

อะไรแค่นี้เอง “เทียบกับงานขนาดเท่าๆกัน งานที่ผมส่งไปทำไมมันดูแพงจัง” ~_~

รายละเอียดยิบย่อยที่จะกล่าวต่อไปนี้คือ ลวดลายในตัวงานเอกของเราต่างหากครับ

เช่น ลวดลายในเสื้อผ้า  ลวดลายในเกล็ดปลา  ลวดลายเล็กน้อยๆที่ถูกซ่อนอยู่ในผลงานเหล่านี้

บางทีถ้าเราไม่มานั่งดูด้วยความหลงไหลได้ปลื้มกันแล้ว…

แทบจะไม่รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษ มันดูกลืนกับงานชิ้นใหญ่ๆไปเลย

แต่เพราะงานยิ่งมีลายลักษณ์เยอะนี่แหละ   เลยทำให้งานดูมีเสน่ห์แลดูมีเรื่องราว

「งานยิ่งเล็ก  เส้นยิ่งบาง  ยิ่งต้องการความประณีต  งานแบบนี้แหละกินเวลาเยอะของแท้เลย」

ลองไปสังเกตุดูนะครับ ว่างานที่เราชอบ  รายละเอียดมันเยอะอย่างที่ว่ามาไหม

 


 

| ปัจจัยที่2   ร่างกายคนสัก |

บอกตรงๆว่า บางคนที่เห็นผอมๆบางทีซ่อนรูปนะ    “แขนผมเล็กแค่นี้ไม่นานเท่าเขาหรอกมั้ง”

อันนี้ก็ไม่จริงเสมอไปครับ   มองตรงๆอาจจะดูผอมก้าง

แต่พอวัดขนาดรอบแขนและอกออกมาแล้ว ไม่ได้ผอมอย่างที่เห็นก็มี

เรื่องของสรีระถ้าไม่เข้ามาที่ร้านให้ช่างจับวัด    เห็นแค่รูปภาพเราก็ต้องพูดราคาไว้กว้างๆหน่อยครับ

“ยิ่งถ้าเราจะพยายามเสนอราคาต่ำๆไว้ เพื่อดึงลูกค้า

พอทำงานจริงๆ  งบมันเกินขึ้นมา! ลูกค้าจะเสียความรู้สึกแค่ไหน  เรามองที่ตรงนี้มากกว่า”

ซึ่งกรณีนี้ก็เคยเกิดบ่อยๆตอนเริ่มทำงานใหม่ เพราะยังประเมินงานใหญ่ๆไม่ค่อยเก่งครับ


 

| ปัจจัยที่3   ผิวหนังและกล้ามเนื้อ |

บ่อยๆครั้งมักจะได้ยินช่างพูดว่า

“ลูกค้าวันนี้ผิวดี  สักง่ายงานไปไวมาก”  หรือ “ผิวลูกค้าวันนี้สักยาก เข็มติดตลอดเลยเสียเวลา”

 ลูกค้าแบบไหนที่เรียกว่าผิวดีหรือลูกค้าแบบไหนที่เรียกว่าผิวไม่ดีล่ะ

…..

ลักษณะผิวและกล้ามเนื้อแบบคนเจ้าเนื้อ ออกไปทางอวบอ้วน

ช่างแทบทุกคนจะลงความเห็นตรงกันว่า…

สักยากและเสียเวลาไปนิดๆจนถึงเสียเวลามากๆ

ก็แล้วแต่ขนาดงานที่ลูกค้าทำ

……

ส่วนคนที่ผิวดี ชุ่มน้ำ ออกกำลังกายบ้าง  ตลอดจนนักเล่นกล้าม

ส่วนใหญ่จะสักง่าย   จบไว จ่ายน้อยกว่าที่ตกลงกันไว้ก็มีอยู่บ่อยๆครับ

 


ปัจจัยโดยตรงที่ส่งผลทำให้ราคางานแพงขึ้น  หรือถูกลง

ณ ตอนที่กำลังเขียนนี้รู้สึกว่าก็น่าจะมีเพียงแค่  3 ข้อข้างต้นเท่านั้น

ถ้าลูกค้าท่านใดได้อ่านบล็อกนี้จนจบแล้ว  และอยากจะเข้ามาปรึกษาเรื่องการสัก

ราคาที่ได้ไป อาจจะเป็นแค่ราคาประเมินในช่วงที่กว้างๆ

จนกว่าลูกค้าจะได้วัดตัวที่ร้านกับช่าง    รวมถึงช่างได้ลองสักไปอย่างน้อย 1รอบ

ชั่วโมงงาน และราคาจะนิ่งเลยครับ   เพราะปัจจัยที่ทำให้ราคางานต่าง  ช่างประเมินได้หมดทุกข้อแล้วครับ

**************************************************************************************************************************************************************************************************

 

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.